นานๆมาเขียนที วันนี้เกิดอยากเขียนขึ้นมา

 

วันนี้ผมกำลังจะออกไปเรียนกับน้องเค้าปกติ ฟ้าเจ้ากรรม ดันเทลงมาอย่างกับพายุเข้าตัดสินใจอยู่นานว่าจะไปเรียนดี หรือไม่ไปดี ยืนมองฟ้าดูว่ามันจะฝนมันจะเบาลงบ้างหรือเปล่า แต่ดูไม่มีทีท่าว่าฝนจะเบาลงเลย ตัวผมนั้นไม่เท่าไหร่ โดดเรียนได้ไม่มีส่งงานอะไร แต่น้องเค้าต้องไปส่งงาน เห็นบอกว่า ส่งย้อนหลังไม่ได้ด้วย แต่พอน้องเค้ามองฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะเบา ก็บอกว่า "ไม่ไปเรียนดีกว่า กลับห้อง ยอมเสียคะแนนละกันฝนตกแรงขนาดนี้"  แต่ผมเองตัดสินใจจะฝ่าฝนออกไปเรียน น้องเค้าเห็นผมไปเรียนเลยเปลี่ยนใจไปด้วย บอก "ไปก็ไป อยากไปส่งงาน" ก็หยิบอาวุธคู่ใจ ร่มประจำตัวคนละ 1 คันเดินลุยฝนออกไป

 (ระยะทางจากบริษัทผมถึงป้ายรถเมล์นี้ประมาณ 1 ป้ายรถเมล์"

เดินฝ่าฝนออกไปจากหน้าบริษัทได้ไม่ถึง 2 นาที น้องเค้าบ่นมา "โหย ฝนมันตกแรงกว่าเดิมอีกอ่ะ ชั้นกลับห้องดีไหมเนี่ย"

ผมตอบกลับไปว่า "อยากกินยาแก้หวัดไหมละ ถ้าอยากกินก็ไปเรียน ถ้าไม่อยากกินก็กลับห้องก็ได้นะ เอ้า!ให้เวลาคิด"

น้องเค้าบอกกลับมา "เดินไปก่อนละกัน เผื่อเดี๋ยวฝนมันจะเบา" ตอนนี้ผมเลยเอากระเป๋าน้องเค้ามาไว้ที่ผม เพราะผมถอดเสื้อช๊อปโรงงานคลุมกระเป๋าผมเองอยู่ จะได้คลุมกระเป๋าน้องเค้าไปด้วยเลย เดี๋ยวเอกสารจะเปียกฝน

 

เดินต่อไปอีก เกือบครึ่งทาง น้องเค้าบ่นมาอีก "โอ๊ย ขากางเกงเปียกหมดแล้ว ฝนมันสาดมาข้างหลังอ่ะ"

ผมก็เลยบอกไปว่า "เอ้า จะกลับห้องไหมละ ตัวเปียกขนาดนี้แล้วนะ" ตอนนี้ผมเปลี่ยนตำแหน่งจากที่เดินข้างน้องเค้า  เป็นเดินตามหลังน้องเค้า จะได้บังฝนด้านหลังให้

น้องเค้าไม่ได้ตอบอะไรเดินลุยฝนต่อ

 

เดินไปถึงหน้าปากซอย น้องเค้าบ่นอีก "ตัวเปียกหมดแล้วอ่าาาา ชั้นเปลี่ยนใจแล้วนะ กลับห้องดีกว่า เดี๋ยวเดินไปส่งที่สะพานลอยนะ"

ผมตอบกลับไปว่า "ทนเปียกไม่ไหวแล้วสิ งั้นเด๋วไปเรียก มอไซค์รับจ้างกลับห้องละกันนะ" พอดีวินมอไซค์รับจ้างมันจอดอยู่ตรงสะพานลอยพอดีน่ะ

พอเดินไปถึงสะพานลอย ผมกำลังจะส่งกระเป๋าน้องเค้าคืน น้องเค้าบอก "เดินมาถึงตรงนี้แล้ว ไปเรียนก็ไป อุสาห์เดินมาถึงตรงนี้แล้ว" เปลี่ยนใจง่ายจังแหะ แม่คุณทูลหัว! 

 

โชคดี รอไม่นานแท๊กซี่ก็มาแ๊กซี่คุยเก่งมากกกกกก คุยเพลินจนลืมมองทาง เบรคตัวโก่งไปหลายครั้ง ระหว่างทางบนรถแทีกซี่ มีคนโทรมาหาน้องเค้า คุยกันอยู่พักใหญ่ น้องเค้าบอกว่า "คนที่โทรมาเป็นพวกโรคจิตๆ แอบตาม (Stalker ว่างั้น) เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ที่เรียนอยู่ตอนนี้ เรียนได้เทอมเดียวก็ลาออก แล้วมันมาชอบชั้น ขนาดเคยส่ง ดอกกุหลาบมาที่ห้อง จากพวกบริการรับส่งดอกไม้ด้วย" น้องเค้ายัง งงๆ อยุ่นะ ว่าคนที่โทรมานั่นเอาเบอร์น้องเค้ามาได้ไง เพราะน้องเค้าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปรอบนึง รายละเอียดผมไม่ได้ถามน้องเค้ามากมายเท่าไหร่ แต่เห็นน้องเค้าบอกว่า คนที่โทรมาเหมือนมันจะสะกดรอยตาม รู้แล้วว่า ทำงานอยุ่ที่บริษัทอะไร พักอยู่ที่ไหน (หมอนั่นโรคจิตชัดๆเลยแหะ...)

 

ถึงมหาลัยแบบตัวเปียกๆ รีบเข้าห้องเรียนกัน ปรากฏว่าคาบนี้ผมแทบไม่เป็นอันเรียน หัวคิดแต่ไอ้เรื่อง Stalker นั่น ได้แต่ใช้ Maker ไฮไลท์หัวข้อไว้อย่างเดียว อาจารย์พูดอะไรมาแทบไม่เข้าหู เข้าหุซ้ายทะลุหูขวา พอแระๆๆ ขอตัวไปทบทวนวิชาของวันนี้ก่อนละกัน หมดเรื่องจะระบายแล้ว

ไม่เขียนระบายเสียนาน วันนี้นึกถึงเลยแวะมาเขียนซักหน่อย

 

          จากครั้งล่าสุดผมเขียนไว้ตั้งแต่เดือนไหนก็ไม่รู้ ผมพยายามไม่ใกล้ชิดน้องเค้าจนเกินไป แต่ก็ทำได้ยากแฮะ เพราะต้องไปเรียนด้วยกันทุกวัน ถูกเนื้อต้องตัวกันมีนิดหน่อย (ส่วนไหนโดน ห้ามล้าง 7 วัน 555+) ลงไปป้วนเปี้ยนแถวโต๊ะทำงานน้องเค้าน้อยลง ชวนคุยก็น้อยลง บางวันตอนเลิกที่ผมจะเดินออกไปหน้าปากซอยขึ้นรถ ถ้าผมเจอแฟนน้องเค้าหน้าบริษัทผมก็จะบอกให้แฟนน้องเค้าไปส่งที่หน้าปากซอย ส่วนตัวผมเองก็จะเดินตามออกไปทีหลังเอง จะได้ดูสนิทน้อยๆ แต่ความห่วงใยผมนี้ ไม่น้อยลงเลย...

 

          เมื่อที่ผ่านมา(12 ม.ค. 52) น้องเค้าไม่สบายเพราะอาหารเป็นพิษ เห็นบอกว่าไปทานราดหน้าก่อนกลับห้องพอตี 2 อาเจียนออกมา มีอาการท้องเสีย ท้องหมุนๆเหมือนลำใส้บิดตัวตอนเช้ามาทำงานได้ 2 ชม.ก็ทำงานต่อไม่ไหว ลางานกลับไปนอนที่ห้อง ผมเห็นอาการไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ เพราะปากซีดมาเลย ตอนเช้าผมเลยไปหาข้อมูลว่าเป็นโรคอะไร สรุปก็เป็น โรคอาการเป็นพิษ ตามที่คาดไว้เลยโทรไปบอกให้ ดื่มเกลือแร่เยอะๆ ทานอาหารอ่อนๆ แล้วนอนพักซะ จะหายดีขึ้น เพราะวันนั้นมีสอบ เผื่อจะไปไหว

          มาตอนเย็นโทรไปหา เห็นบอกว่าพอไปไหว มีอาการท้องร่วงนิดหน่อย พอไปถึงวิทยาลัย ผมให้น้องเค้าเข้าไปวิทยาลัยก่อน ส่วนผมแวะไปซื้อยา คา อาบอน(สะกดยังงัยหว่า) เห็นว่าคล้ายถ่าน ทานเข้าไปแล้วมันจะดูดซับพิษในร่างกาย ซื้อเสร็จก็วิ่งเอาไปส่งที่ห้องที่น้องเค้าอ่านหนังสือ ตอนค่ำๆ ส่ง SMS ไปบอกวิธีใช้ยาอีกที เพราะตอนเอายาไปให้ ลืมบอก - -"

 

          ตอนนี้มาคิดไปคิดมานี้ ห่วงเกินจนออกนอกหน้าหรือเปล่า พี่ที่ทำงานแผนกเดียวกับน้องเค้า ยังไม่เห็นวิ่งเต้นขนาดนี้ แฟนน้องเค้าจะดูแลตอนน้องเค้าไม่สบายดีแค่ไหนก็ไม่รู้ ช่วงเวลาก่อนนี้ ทำตัวออกห่าง มาวันนี้ โทรถามเช็คอาการ วิธีรักษา ซื้อยาให้อีกแน่ะ แบบนี้เมื่อไหร่จะลืมน้องเค้าได้ซักทีล่ะเนี่ย -..-